ไม่เคยได้ไปเที่ยวแล้วรู้สึกสบายใจอย่างนี้มานานแล้วนะ
ตั้งแต่ไปปายมาเมื่อปีที่แล้ว การไปเที่ยวแต่ละครั้ง มันก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน
การไปเสม็ดของฉันคราวนี้ มันสบายใจมาก พักที่อ่าวหวาย
ที่นี่สงบมาก เป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับคนที่รักสันโดษ และมีโลกส่วนตัวสูงอย่างฉันนะ
ถ้าใครอยากที่จะหลีกหนีความวุ่นวายและมีเวลาเที่ยวไม่มากนะ มาที่นี่ได้เลย
ยังมีอีกเรื่องที่มาสนับสนุนความสงบของฉัน ฉันได้พบว่ามีคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง
พวกเขาเป็นใบ้นะ มาพักที่นี่เหมือนกัน ดูพวกเขาสนุกสนานกันมากกับการพักผ่อนที่นี่
ฉันได้เฝ้าสังเกตุดูพวกเขา แล้วก็พบว่า พวกเขาดูมีความสุขมาก
ดูอาจจะมากกว่าคนปกติอย่างฉันด้วยซ้ำ บางครั้ง ความเงียบก็ทำให้มีความสุขได้
หลังจากกินข้าวกลางวันแล้ว ฉันก็หยิบฉวยหนังสือ และผ้าที่ตระเตรียมมา
ไปเดินหามุมสงบใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ใกล้ ๆ บ้านพักหน้าชายหาดนั่นเอง
ส่วนเพื่อนร่วมทางของฉันเลือกที่จะดูทีวีอยู่ในห้องก่อน โดยเจ้าหล่อนบอกไล่หลังว่าจะตามมา
“สงสัยเจ้าหล่อนคงจะกลัวตัวดำ ซึ่งมันก็คงไม่ทันแล้วแหละ เพราะหล่อนเป็นคนผิวสีแทน แทนขาวตะหาก”
นั่นเป็นความคิดของฉันที่อยู่ในใจนะ แต่มันอาจจะคิดดังไปหน่อย
ฉันเลือกที่จะอ่านนิยายโรแมนติค “ไม่ไกลกันเกินปาย” ของคุณจักรพันธ์ ขวัญมงคล
เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มนักแต่งเพลงกับหญิงสาวหลาย ๆ คนที่ผ่านเ้ข้ามาในชีวิต
มูน เป็นผู้หญิงที่ทำให้เขาต้องกลับไปซ่อมแซมความรู้สึกที่ปาย โดยการเดินทางกลับไปปายเป็นครั้งที่ 2
นิยายโรแมนติคนี่แหละเหมาะที่สุดสำหรับการมานอนอ่านที่ริมทะเลแบบนี้ ฉันว่านะ คุณว่าไหมล่ะ
พอแดดร่ม ลมคล้อย พระอาทิตย์เริ่มหล่นไปทางด้านหลังของหาด
ฉันก็เห็นผู้คนเริ่มออกมาทำกิจกรรมกันตามหน้าชายหาด แตกต่างกับช่วงกลางวัน
ที่ชายหาดนั้น ร้างไร้ผู้คน บ้างก็ออกมาเตะบอลกัน บ้างก็ลงเล่นน้ำ
มันก็เลยทำให้ฉันต้องละทิ้งการอ่านหนังสือเอาไว้ก่อน เพราะรู้สึกว่า ไม่ได้แล้ว อยู่เฉยไม่ได้แล้ว
ทะเลรอเราอยู่ข้างหน้านี่เอง จะช้าอยู่ใย เดี๋ยวทะเลจะเหงาอะ
เวลาที่เราได้เดินทางไปในที่ที่ไกลแสนไกลอย่างเวลาไปทะเลอย่างนี้
ถ้าคุณเกิดนึกถึงหรือคิดถึงใครบางคนขึ้นมา
ใครคนนั้นเข้ามาวนเวียนอยู่ในความคิดของคุณ มันหมายความว่ายังไงกันนะ
เขาคงเป็นคนที่คุณมอบความรู้สึกดีดีให้ แค่นั้นหรือเปล่า แล้วถ้าไม่ใช่ มันคืออะไร
แล้วฉันจะลองหาคำตอบดูนะ …


