Posted by: ilovehappyday | พฤศจิกายน 5, 2007

เชียงใหม่ – ปาย เที่ยวไปตามตะวัน

อยากบอกว่าการตัดสินใจในการเดินทางครั้งนี้ จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย

ใช้เวลาตัดสินใจอยู่ 1 วัน 1 คืน

               เป็นความฝันของเราอยู่แล้วที่จะได้เดินทางไปในโลกกว้าง เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ ที่ได้พบในระหว่างการเดินทาง เหมือนเป็นการเพิ่มสารอะดรีนาลีนให้กับตัวเอง
               มันตื่นเต้นเนื่องจากเป็นการผจญภัยครั้งแรก เพราะต้องเดินทางกันเพียงผู้หญิง 2 คนกับน้องนิด ซึ่งใครหลาย ๆ คนอาจจะไม่เข้าใจ แต่เราก็ไม่ได้หวังจะให้ใครมาเข้าใจหรอกนะ เพราะเราเข้าใจตัวเองดีอยู่แล้ว เรารู้ว่าเรากำลังทำและคิดอะไรอยู่
               “ใครบางคนคิดว่าเราจะมีกิ๊กร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดของใครคนนั้นที่จะคิดแบบนี้ แต่จะทำให้สมองของพวกคุณทำงานหนักไปหน่อยมั้ย เป็นห่วงพวกคุณจัง จะดีกว่ามั้ย ถ้าหากคุณจะรู้จักเปิดใจให้กว้าง ลองมองโลกในแง่ดี ความคิดของพวกคุณอาจจะไม่คับแคบ ลองออกมาอยู่นอกกะลาดูบ้างสิจ๊ะ เป็นห่วงจริง ๆ นะ”

 

เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยรถของนครชัยแอร์ ประมาณ 3 ทุ่ม ถึงเชียงใหม่ 6.00 น.

 

เช้าวันที่ 27/10/50

เข้าพักที่โรงแรมสวนดอกแก้ว ข้างวัดสวนดอก ริมถนนสุเทพ ซึ่งภายในวัดนั้นเป็นที่ตั้งของกู่บรรจุอัฐิราชตระกูล ณ เชียงใหม่ อาบน้ำแต่งตัวพร้อมออกตะลอนทัวร์ไปกับพี่หลิว พี่พัส คุณหนุ่ม และแล้วเราก็ต้องกลายเป็นแบบถ่ายภาพ portrait ไปโดยไม่คาดฝันที่ มช. แต่พอเห็นผลงานแล้วก็ชอบนะ จากนั้นก็ได้ขึ้นไปที่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร น้ำตกมณฑาธาร

พอถึงบ่าย 3 ก็นัดกับพี่เปียไว้ที่ศาลาแดง มช. ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อเย็นที่ห้วยตึงเฒ่านะคะ

ปิดท้ายสำหรับวันนี้ด้วยการไปเดินเล่นที่ถนนคนเดินจนถึง ประมาณ 3 ทุ่มถึงกลับโรงแรม

เช้าวันใหม่ 28/10/50

เริ่มผจญภัยกันจริง ๆ แล้วนะ ออกเดินทางจากอาเขต ไปปาย ด้วยรถตู้ ตอน 7.30 น. ค่าโดยสารคนละ 150 บาท เราไม่รู้ว่าต้องไปซื้อตั๋วก่อน ก็เลยขึ้นไปนั่งบนรถเลย พี่โหน่งซึ่งรู้จักกันบนรถ แกเลยอธิบายให้ฟังว่า ถ้าไม่ซื้อก่อน อาจไม่มีที่นั่ง ถ้าเจอคนอื่นที่ซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว กินยาแก้เมาไป 1 เม็ด เพราะไม่อยากทรมาน แต่ก็ต้องทำตาแข็งจากฤทธิ์ของยา เนื่องจากไม่อยากพลาดวิว 2 ข้างทางนั่นเอง เพราะอาจเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้ผ่านมาเส้นทางนี้ เลยอยากจะจดจำรายละเอียดทุกอย่างเอาไว้ให้หมด ถึงด่านตรวจเข้าปาย ต้องมีการตรวจบัตรประชาชน แต่เราลืมเอามาเลยตื่นเต้นเล็กน้อย กลัวโดนร้องเพลงชาติ ดีนะที่เอกภาษาไทยเลยพูดชัดแจ๋ว รอดตัวไป
ถึงขนส่งปายประมาณเกือบ 11 โมง นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปที่พัก บ้านกระทิงปาย คนละ 20 บาท เอาของเข้าไปเก็บแล้วออกไปหาเช่ามอเตอร์ไซค์โดยมีน้องนิดเป็นโชเฟอร์คู่ใจ ส่วนเราสะพายขากล้องคู่ใจของนิดอีกที

เป้าหมายในการเดินทางวันนี้คือ วัดน้ำฮู – หมู่บ้านสันติชล – น้ำตกหมอแปง
หลังจากเติมพลังมื้อกลางวันด้วยส้มตำหน้า Aya service (อันที่จริงมีร้านที่ขึ้นชื่อคือร้านส้มตำหน้าอำเภอ) และไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแล้วขับไปเกิดอาการงงนิดหน่อย มารู้ตัวอีกทีก็หลงทางซะแล้ว เลยแวะถามที่ coffee in love ได้ความว่ามาผิดทาง เพราะนี่เป็นเส้นที่จะกลับไปเชียงใหม่ เลยต้องย้อนกลับเข้าเมือง
ปายไปเริ่มต้นที่สี่แยกทางไปโรงพยาบาลปาย
วัดน้ำฮู – เป็นความเชื่อของชาวปายว่าเป็นที่เก็บอัฐิของพระพี่นางสุพรรณกัลยา
หมู่บ้านสันติชล – ได้ชิมชามะลิ(ถ้าจำไม่ผิด) หอมมั่ก ๆ แต่ไม่ได้ซื้อ แหะ ๆ วิวจากที่นี่ก็สวยนะ
น้ำตกหมอแปง – ไม่น่าประทับใจเท่าไร ใช้เวลาอยู่ที่นี่ไม่นาน
เกือบ 4 โมงเย็น ยังมีเวลาอีกเยอะสำหรับการเดินทางในวันนี้ เราเลยตัดสินใจไปที่วัดพระธาตุแม่เย็น พอขับไปถึงตีนบันไดขึ้นวัด ก็ได้ยินเสียงเจ้าของร้านขายโปสการ์ดชื่อร้านเล็ก เล็ก ชักชวนให้เข้าไปนั่งพักกินน้ำ เพื่อรอเวลาใกล้พระอาทิตย์ตกก่อน ด้วยความใจง่ายบวกกับชอบบรรยากาศร้านนี้ อีกอย่างที่ชอบคือเปิดแต่เพลงของเบเกอรี่และ love is ที่เราชอบ ก็เลยต้องนั่งเขียนโปสการ์ดถึงเพื่อนที่ร้านนี้ บรรยากาศสบาย ๆ มีเด็กวัยรุ่นมานั่งเพ้นท์เสื้อและเขียนโปสการ์ดประมาณ 5 โมง เห็นแดดร่มลมตกแล้ว เราเลยเดินขึ้นพระธาตุ เดินกันจนหอบแฮ่ก ๆ จนถึงข้างบน ถึงได้รู้ว่าเอารถขึ้นมาได้ แป่วววววว ปิดท้ายวันนี้ด้วยการดินเน่อร์ที่ร้านยูนิคอร์นเรสเตอร์รอง(มีป้ายติดหน้าร้านว่า “แวะกินตีน”) เพราะร้านเล็ก เล็กแนะนำมาว่าต้มยำตีนไก่ที่นี่สุดยอด แล้วเราก็พบว่ามันรสชาติแหล่มจริง ๆ รำแต๊แต๊เจ้า นอนหลับด้วยการนึกถึงภาพผีปอบตามที่นิดเล่าให้ฟัง

เช้าวันที่ 2 ที่ปาย 29/10/50

หลังจากวางแผนกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าวันนี้เราจะออกเดินทางกันตามเป้าหมายนี้ ตามหาสะพานรักจัง โดยการขับรถเป็นวงกลมโดยคำแนะนำของร้านเล็ก เล็ก

ร้านเล็ก เล็ก – แคมป์ช้าง – น้ำพุร้อนท่าปาย – ห้วยน้ำดัง – สะพานสงครามโลกครั้งที่ 2 – กองแลน – น้ำตกแพมบก
น้ำพุร้อน – ความร้อนประมาณ 80 องศา ต้มไข่ได้ เสียดายที่ต้มน้อยไปหน่อย ใช้เวลาถ่ายรูปที่นี่พักใหญ่
ห้วยน้ำดัง – เป็นประสบการณ์ที่น่าอึ้ง ทึ่ง เสียว เพราะว่าตอนเช้ามีคนเตือนเราแล้ว 2 คนว่าทางมันอันตรายเพราะว่าต้องขับรถไปประมาณ 40 กิโล จากน้ำพุร้อนไปปากทางคือเส้น 1095 ที่ต้องย้อนกลับไปทางเชียงใหม่ จะเป็นถนนโค้งไปโค้งมาเลนส์เดียวสวนกัน บางช่วงก็จะสูงชันและมีหักศอก ไปจนถึงข้างบนห้วยเลยทีเดียว แต่ด้วยความที่บ้ากันทั้งคู่ ทั้งคนชวน(เรา)และนิด

เอาวะ ! ! ! เป็นไงเป็นกัน ขอพรในใจจากหลวงพ่อโสธรที่ติดตัวไปด้วย ทำให้เกิดความมั่นใจขึ้น รวมทั้งสีหน้ามั่นใจของเพื่อนร่วมทาง โชเฟอร์และมอเตอร์ไซค์คู่ใจ  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการผจญภัยอย่างแท้จริง คนเราเกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว ทีละชาตินะ เป็นประสบการณ์ที่ไม่ลืมเลยจริง ๆ ในที่สุดก็ขึ้นไปถึง ไม่ผิดหวัง สมดังที่เคยได้ยินมาจากในหนังสือและที่ผึ้งเล่าให้ฟังว่ามันสวยมาก ๆ บนนี้มีพระตำหนักและที่จอดเฮลิคอปเตอร์ เติมพลังมื้อกลางวันที่นี่หลังจากถ่ายรูปกันจนหิว ถึงเวลาต้องเดินทางกลับแล้ว เพราะกลัวไปน้ำตกไม่ทัน ก็เลยไม่ได้แวะกองแลน
กองแลน – แผ่นดินยุบตัว คล้าย ๆ กับแพะเมืองผีที่พิษณุโลก และที่ราชบุรี(เคยไปแล้ว)
น้ำตกแพมบก – ระหว่างทางไปก็ขับเลย เพราะป้ายมันเล็กและจางมาก จนถึงร้าน coffee in love เลยแวะถาม(เลยต้องเสียตังค์ค่ากาแฟของนิด ส่วนเราสั่งสตอร์เบอรี่โซดา เพราะอยากชมวิว + เกรงใจ)วิวที่นี่เป็นวิวที่สวยที่สุดในปายนะ ตามความคิดของเรา และมีรูปอยู่ในโปสการ์ดของร้านเล็ก เล็กด้วย ปรากฏว่าเลยน้ำตกมา 3 กิโลแล้ว ต้องย้อนกลับไป พอเข้าไปถึงก็ 5 โมงกว่า ๆ เราเห็นว่าทางมันเปลี่ยวและใกล้มืดแล้วเลยบอกนิดว่ากลัว กลับดีกว่า ถ้าพรุ่งนี้อยากมา ก็มาอีกได้ แต่ต้องตื่นเช้าหน่อย
เลยปิดท้ายทัวร์ของวันนี้ด้วยการไปดูสนามบินที่ปาย ซึ่งเลยบ้านพักไปนิดหน่อย แล้วมาดินเน่อร์และเดินเล่นดูของที่ระลึกที่ถนนในอำเภอ ดินเน่อร์ด้วยบะหมี่ บัวลอย และบาร์บีคิว ระหว่างทางจะมีร้านอาหารที่เต็มไปด้วยฝรั่ง ร้านเหล้า ที่ดูแล้ว บรรยากาศเกือบจะใกล้เคียงพัทยาหรือภูเก็ตแล้ว กลับมาวางแผนวันพรุ่งนี้กันต่อที่บ้านพัก
 

วันสุดท้าย 30/10/50

เริ่มต้นด้วยการตื่นแต่เช้ามาถ่ายรูปหมอก ที่สะพานข้ามแม่น้ำปาย กินปาท่องโก๋ โอวัลติน ใส่บาตรที่ตลาด แล้วรีบมุ่งตรงไปที่น้ำตกระหว่างทางที่ซ้อนมอร์ไซค์ หนาวมั่ก ๆ แสบจมูกเลย โห ไม่เคยเจอหมอกที่ไหนเยอะและสวยอย่างนี้มาก่อนเลย สมกับเป็นเมืองสามหมอกจริง ๆ ความสวยงามของทิวทัศน์ตอนที่ไม่มีหมอกกับตอนที่มีหมอกต่างกันจริง ๆ นะ สวยคนละแบบ คนละอารมณ์ มันโรแมนติกปนเหงา เหมือนกับเพลงและหนังสือที่เราชอบฟังและอ่าน รวมทั้งบอย ตรัย(เทพแห่งความเหงา)

บ่าย 2 โมง ขึ้นรถมินิบัสกลับเชียงใหม่ ขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพ
 


Responses

  1. โอ้โห นี่ขนาดไปเที่ยว ยังสามารถจำรายละเอียดได้ถี่ยิบ เลยนะเนี่ย
    แล้วจะผ่อนคลายหรือเปล่าน๊า….
    อ้อ… จะบอกว่าน้องสาวคนนี้ ได้รับของฝากจากพี่สาวแล้วนะจ๊ะ
    แต่ขอบอกก่อนว่า ไม่อาหย่อย เล้ย (แต่มีคุณค่าทางจิตใจจ๊ะ )
    ขอบคุณมากนะค่ะ ของฝากที่น่ารักน่าร๊าก แบบนี้ง่ะ


Leave a response

Your response:

หมวดหมู่